เนื้อผงผสมว่าน พร้อมกล่องเดิม
____________________________________
sาคา 250บ ส่ง 30บ ประกันแท้
____________________________________
ประวัติความเป็นมาในการสร้างพระหลวงปู่ทวดไกร
เมื่อประมาณปี๒๕๐๕-๒๕๐๖ มีการดำเนินงานย้ายกระดูกพ่อท่านไกรจากวัดเก่าไปไว้ที่วัดลำพะยาในขบวนแห่ด้วยความดีใจชาวบ้านจึงยิงปืนข้ามขบวนแห่แต่ปืนไม่สามารถยิงออกได้จึงเป็นที่กล่าวขานต่อกันมาในพิธี โดยพระอาจารย์ทิม แห่งวัดช้างให้ได้มาเป็นประธานอัญเชิญอัฐิพ่อท่านไกร เมื่อเสร็จสิ้นพิธีอัญเชิญอัฐิเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการอัญเชิญวิญญาณของหลวงพ่อไกรมาประทับทรงอีกครั้งหนึ่ง และได้ขออนุญาตวิญญาณของท่านสร้างพระเครื่อง วัตถุมงคล ซึ่งวิญญาณของหลวงพ่อไกรในร่างทรง ได้อนุญาตโดยให้สร้างเป็นรูปเหมือนของท่านนั่งบนหลังเสือ และมีงูจงอางสองตัวขนาบข้างซ้ายขวา
และอีกพิมพ์หนึ่งให้สร้างเป็นรูปแบบที่มีคนธรรพ์ยืนขนาบข้างซ้ายขวา เรียกพิมพ์นี้กันว่า พิมพ์คนธรรพ์
นอกจากนี้วิญญาณของหลวงพ่อไกรในร่างทรงยังได้กำหนดถึงมวลสารที่จะนำมาสร้างเป็นพระเครื่องมีด้วยกัน ๙ ชนิด คือ ว่าน ๑๐๘ ชนิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี,ดินเถ้าถ่านที่บูชาเพลิงหลวงพ่อไกร,ดินชนวนพระในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ,ดินดำกากยาไมยราพ,ดินเบ้าหล่อพระประธานหลวงพ่อไกร,รากไม้ที่เป็นยาศักดิ์สิทธิ์บริเวณเขื่อนบรรจุอัฐิหลวงพ่อไกร,กระเบื้องหลังคาที่มุงเขื่อนบรรจุอัฐิหลวงพ่อไกร,ไม้เสาเขื่อนบรรจุอัฐิหลวงพ่อไกร,อัฐิของหลวงพ่อไกร
ในช่วงของการกดพิมพ์ ผสมเนื้อวิญญาณของหลวงพ่อไกรได้มาประทับทรงบอกขั้นตอนของการสร้างอย่างละเอียด เมื่อถึงวันทำพิธีปลุกเสก ในวันที่ ๒๙ กันยายน ถึงวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๗ รวมเวลา ๓ วัน ๓ คืนก็มีพระอาจารย์ทิม วัดช้างไห้ เป็นประธานในพิธีปลุกเสก และมีพระเกจิอาจารย์สายใต้อีกหลายท่านมาร่วมปลุกเสกอย่างเต็มที่ตลอดเวลา เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็ได้แจกจ่ายให้กับชาวบ้านกันทันทีนั้นเหมือนกัน ในพิธีปลุกเสกหลวงพ่อไกรได้มาประทับทรงและบอกคาถาสำหรับการใช้บูชาพระเครื่องของท่านว่า
ตั้งนะโมสามจบ แล้วว่า..
พุทธัง นาคะพยัคฆัง หึมหัม อิตินะโม สุคะโต อัดโท
สำหรับพระพ่อท่านไกร ได้รับความนิยมและมีผู้แสวงหามาบูชาขึ้นคอ เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ่อท่านไกรท่านได้สร้างอภินิหารช่วยชีวิตทหารตำรวจและชาวบ้านไว้หลายครั้ง หลายเหตุการณ์ จึงเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านและตำรวจ ทหาร จำเป็นต้องหาไว้คุ้มครองชีวิตตนเอง
ที่มาของคำว่า "พ่อทวด" หรือ "หลวงพ่อทวด"
ตาม ปกติชาวใต้จะเรียกพระสงฆ์ที่บำเพ็ญภาวนาจนมีญาณสมาบัติสูง เชี่ยวชาญพระเวทย์วิทยาคม มีทั้งบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ที่มีอายุมากหรือมีการดับขันธ์ของท่านมาเป็นเวลานานนับ ๑๐๐ ปี ขึ้นไปว่าและดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์พระคุณเจ้าเหล่านั้นยังคงสถิตอยู่ ณ สถานที่ต่าง ๆ อาจจะเป็น สถูป หรือ วัดต่าง ๆ ครั้งเมื่อท่านยังคงดำรงขันธ์อยู่ว่า "พ่อทวด" ฉะนั้นในดินแดนภาคใต้ไม่ได้มีพระสงฆ์ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นขนานนามว่า "พ่อทวด" เพียงองค์เดียวแต่กลับมีหลายองค์มาก อาทิ เช่น
๑. หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด สถิต ณ วัดช้างให้
๒. หลวงพ่อทวดบุญฤทธิ์ สถิต ณ วัดศรีมหาโพธิ์
๓. หลวงพ่อไกร สถิต ณ วัดลำพะยา
๔. หลวงพ่อทวดนวล สถิต ณ วัดตุยง
๕. หลวงพ่อสิทธิชัย สถิต ณ วัดทรายขาว
๖. หลวงพ่อทวดหมาน สถิต ณ วัดทรายขาว
๗. หลวงพ่อทวดหนอน สถิต ณ วัดมะรวด
๘. หลวงพ่อทวดเภา สถิต ณ วัดบ้านดี
๙. หลวงพ่อทวดเอียด สถิต ณ วัดบุราณประดิษฐ์
๑๐.หลวงพ่อทวดจันทร์ หลวงพ่อทวดสี หลวงพ่อทวดทอง สถิต ณ วัดช้างให้
สำหรับองค์ที่ทุกท่านรู้จักดี คือ “หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด สถิตวัดช้างให้ปัตตานี”






